< Back

How-To ทำการตลาดอย่างไรให้ถูกใจกลุ่ม Luxumer สายติดแกลม

FashionMarketingBusiness
AD
โดย:Jenosize.com
share68share0

Luxury Consumer คือใคร ? เรียนรู้วิธีทำการตลาดเอาใจสายติดหรู


“ติดแกลม” (Glamorous) ศัพท์แสลงของคำว่าติดหรูนั้น ไม่ใช่แค่คำคุณศัพท์ธรรมดาที่ใช้แซวกันเล่น ๆ บนโลกออนไลน์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเทร็นด์ในหมู่ผู้บริโภคที่ชื่นชอบในสินค้าและบริการที่มีความหรูหรา พรีเมียม และไม่เหมือนใคร ดังนั้น สิ่งที่แบรนด์ต้องทำจึงไม่ใช่แค่การขายสินค้าหรือบริการทั่วไป แต่เป็นการมอบประสบการณ์ที่จะสะท้อนถึงตัวตนและ “ความเป็นที่สุด” ของกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ เพราะสิ่งที่พวกเขามองหาคือสัญลักษณ์ของสถานะทางสังคม ความสำเร็จ และไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่า



Luxumer หรือ Luxury Consumer คือใคร ?


Luxumer หรือ Luxury Consumer คือ กลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความหรูหราในทุกมิติของการใช้ชีวิต ไม่เพียงแค่การเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม แต่ยังรวมถึงไลฟ์สไตล์ที่ต้องมีความพิเศษเหนือระดับ จึงกล่าวได้ว่ากลุ่ม Luxumer นั้นมักมีรสนิยมสูง ชื่นชอบความสวยงาม และพร้อมจ่ายเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเองเสมอ


ลักษณะเด่นของ Luxury Consumer คือการผสมผสานระหว่างความหรูหราแบบดั้งเดิมกับความทันสมัยของยุคดิจิทัล ซึ่งนอกจากพวกเขาจะชอบซื้อสินค้าราคาแพงเพื่อแสดงสถานะทางสังคมแล้ว ยังให้ความสำคัญกับคุณค่าที่จับต้องไม่ได้ เช่น ความเป็นเอกลักษณ์ ความยั่งยืน และประสบการณ์ที่น่าจดจำอีกด้วย

 

แล้ว Luxury Marketing คืออะไร ?


ในการจะเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่ม Luxury Consumer ได้นั้น แบรนด์ต้องอาศัยกลยุทธ์ Luxury Marketing โดย Luxury Marketing คือ การทำการตลาดที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าและประสบการณ์ระดับพรีเมียมให้กับผู้บริโภค มีเป้าหมายในการสร้างการรับรู้ถึงความหรูหรา ความพิเศษ และความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งหัวใจสำคัญของ Luxury Marketing คือการสร้างความปรารถนา (Desirability) และการรักษาความเป็นพิเศษ (Exclusivity) ผ่านกลยุทธ์การตลาดที่พิถีพิถัน


การทำ Luxury Marketing หรือ Luxumer Marketing นั้นแตกต่างจากการตลาดทั่วไปตรงที่ไม่ได้เน้นการแข่งขันด้านราคาหรือการส่งเสริมการขายเป็นหลัก แต่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าทางอารมณ์และสังคม และการรักษามาตรฐานความพรีเมียมในทุกจุดสัมผัสกับแบรนด์

 

ทำการตลาดอย่างไรให้ถูกใจกลุ่ม Luxumer ? เผย 5 เทคนิค Luxumer Marketing เอาใจสายติดแกลม


1. แบรนด์ต้องเป็นมากกว่าสินค้า แต่เป็น Statement

การทำการตลาดกับกลุ่ม Luxury Consumer ต้องนำเสนอมากกว่าแค่ตัวสินค้าหรือบริการ แต่ต้องสร้างความหมายและคุณค่าที่ลึกซึ้ง กล่าวคือ แบรนด์ต้องสามารถเล่าเรื่องราวที่สะท้อนตัวตนและรสนิยมของผู้บริโภคได้ เช่น การนำเสนอประวัติศาสตร์อันยาวนาน เบื้องหลังการผลิต หรือปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่มีเอกลักษณ์ ทำให้การใช้สินค้าหรือบริการกลายเป็นการแสดงออกถึงรสนิยมและตัวตนของผู้บริโภค


2. สร้างประสบการณ์แบบ Exclusive

Luxury Consumer คือกลุ่มที่ต้องการประสบการณ์ที่เหนือระดับและเฉพาะตัว การสร้าง Exclusive Experience จึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการจัดอีเวนต์สำหรับลูกค้า VIP การให้บริการแบบ Personalized หรือการสร้างคอลเลกชันพิเศษที่มีจำนวนจำกัด นอกจากนี้ การสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผ่านโปรแกรมสมาชิก หรือสิทธิประโยชน์เฉพาะก็เป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพเช่นกัน


3. สร้างความหรูหราผ่าน Visual และ Communication

ภาพลักษณ์ความหรูหราต้องสื่อสารผ่านทุกจุดสัมผัสกับแบรนด์ ตั้งแต่การออกแบบ Visual Identity การถ่ายภาพ การจัดวาง Layout ไปจนถึงการเลือกใช้สี ฟอนต์ และองค์ประกอบกราฟิกต่าง ๆ ต้องสะท้อนความพรีเมียมและความใส่ใจในรายละเอียด การสื่อสารต้องมีความประณีตทั้งในด้านภาษาและการนำเสนอ โดยรักษาความสมดุลระหว่างความหรูหราและความร่วมสมัย


4. การสื่อสารต้องเจาะลึกและตรงจุด

การเข้าใจ Insight ของกลุ่ม Luxumer อย่างลึกซึ้งเป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องศึกษาพฤติกรรม ความต้องการ และแรงจูงใจในการตัดสินใจซื้อ เพื่อให้การสื่อสารแบรนด์สามารถสะท้อนความเข้าใจในไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด โดยนำเสนอคุณค่าที่สอดคล้องกับความต้องการทั้งด้านการใช้งานและด้านอารมณ์ความรู้สึก


5. Digital First แต่ต้อง Human-Centric

แม้ว่า Luxury Consumer คือกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีอย่างคล่องแคล่ว แต่พวกเขาก็ยังคงให้ความสำคัญกับการมีปฏิสัมพันธ์แบบส่วนตัวอยู่ดี ดังนั้น การทำการตลาดดิจิทัลจึงต้องผสมผสานความสะดวกของเทคโนโลยีเข้ากับความเป็นส่วนตัวและการบริการที่ใส่ใจ เช่น การใช้ AI เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมและนำเสนอสินค้าที่เหมาะสม แต่ยังคงมีทีมงานคอยให้คำปรึกษาและบริการแบบส่วนตัว



Case Study: ตัวอย่าง Luxumer Marketing ที่ประสบความสำเร็จ


Gucci Vault Land

เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการผสมผสานระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมของแบรนด์หรูกับเทคโนโลยี Metaverse แพลตฟอร์มนี้นำเสนอประสบการณ์เสมือนจริงที่ผู้ใช้สามารถสำรวจคอลเลกชันวินเทจของ Gucci และสินค้า NFT รุ่นพิเศษ โดยการสร้างพื้นที่ดิจิทัลที่มีความหรูหราและความคิดสร้างสรรค์นี้ไม่เพียงดึงดูดกลุ่ม Luxury Consumer รุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของ Gucci ในฐานะแบรนด์ที่ล้ำสมัยและกล้าที่จะท้าทายขอบเขตของความหรูหราอีกด้วย


Bang & Olufsen

เป็นตัวอย่างความสำเร็จในการสร้างประสบการณ์แบบ Omnichannel สำหรับลูกค้าระดับพรีเมียม โดยแบรนด์เครื่องเสียงหรูจากเดนมาร์กรายนี้ได้พัฒนาแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการตั้งค่าเครื่องเสียงได้อย่างละเอียด พร้อมกับการให้บริการติดตั้งและดูแลระบบแบบส่วนตัวถึงบ้าน ซึ่งการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีขั้นสูงและการบริการระดับพรีเมียมนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าที่ต้องการทั้งความสะดวกสบายและความพิถีพิถันในการใช้งาน


Hermès Experience

เป็นอีกหนึ่ง Luxumer Marketing ที่น่าสนใจในการสร้างความผูกพันกับลูกค้าผ่านประสบการณ์ที่เหนือระดับ โดยแบรนด์หรูระดับตำนานอย่าง Hermès ได้จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปเฉพาะกลุ่มที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เรียนรู้งานฝีมือชั้นสูงจากช่างผู้เชี่ยวชาญของ Hermès โดยตรง นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะและวัฒนธรรมที่หมุนเวียนไปตามเมืองสำคัญต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าและตอกย้ำคุณค่าของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

การตลาดในระดับหรูหราไม่ได้หมายถึงแค่การขายสินค้าแพง ๆ เท่านั้น แต่คือการสร้างความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค สิ่งที่ Luxury Consumer ต้องการนั้นมากกว่าแค่ผลิตภัณฑ์ เพราะพวกเขามองหาประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตนและคุณค่าของพวกเขามากกว่า ดังนั้น หากถามว่าจะทำการตลาดอย่างไรให้ถูกใจกลุ่ม Luxumer ก็ตอบได้ง่าย ๆ เลยว่า เป็นการทำให้พวกเขารู้สึกว่า “ไม่มีใครเข้าใจฉันได้เท่าแบรนด์นี้อีกแล้ว” และเมื่อพวกเขารู้สึกแบบนั้น คุณจะไม่ได้ลูกค้าแค่ครั้งเดียว แต่คุณจะได้พันธมิตรที่ภักดีไปตลอดชีวิต

Loading...

ร่วมเปิดกล่องโอกาส
แห่งอนาคตด้วยกัน

Contact

Brief Us

ง่ายและรวดเร็ว
เราจะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง

facebook chat

คุยกับทีมฝ่ายขาย

ให้บริการ จันทร์ถึงศุกร์
9:00 น. - 19:00 น.

mobile

โทรติดต่อฝ่ายขาย

ให้บริการ จันทร์ถึงศุกร์
9:00 น. - 19:00 น.